3 ศาลเจ้าดังให้โชคด้านการเรียน ใครอยากสอบติด ห้ามพลาด!

ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศนึงที่มีชื่อเสียงด้านศาลเจ้า ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าการไปไหว้พระขอพรที่ศาลเจ้าหรือวัดต่าง ๆ นั้น จะทำให้ชีวิตมีสิ่งดี ๆ และนำความสุขสมหวังมาให้ ศาลเจ้าแต่ละแห่งนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ที่จะช่วยให้คำขอพรสมหวังแตกต่างกันไป ในวันนี้จะพาไปขอพรที่ศาลเจ้าขึ้นชื่อเรื่องให้โชคด้านการเรียน การศึกษา ใครที่กำลังกลุ้มใจเรื่องการเรียนหรือการสอบ ตามมาเลยค่ะ

1. ศาลเจ้าคิตะโนะ เท็มมังกุ (จังหวัดเกียวโต)

ศาลเจ้าคิตะโนะ เท็มมังกุ

คิตาโนะ เท็มมังกุ แห่งนี้นั้นมีชื่อเสียงในเรื่องความสำเร็จด้านการเรียน การศึกษา ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ติด 1 ใน 3 จากทั่วประเทศ แม้กระทั่งในเรื่องการทำงานก็โดดเด่นด้วยเช่นกัน ศาลเจ้าแห่งนี้มีอายุมากกว่า 900 ปีเลยทีเดียว สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 947 หลังจาก“ซุกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ” เทพเจ้าแห่งการศึกษาของญี่ปุ่นได้เสียชีวิตลง โดยมีทั้งความเก่าแก่ และความขลัง ยิ่งหากเป็นช่วงสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะเห็นนักเรียนมาขอพรที่นี่กันเยอะมาก ๆ เลยค่ะ

HP : kitanotenmangu.or.jp

2. ศาลเจ้าดะไซฟุ เท็มมังกุ (จังหวัดฟุกุโอกะ)

ศาลเจ้าดะไซฟุ เท็มมังกุ

ดะไซฟุ เท็มมังกุ เป็นหนึ่งในศาลเจ้าดังแห่งจังหวัดฟุกุโอกะ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.919 ขึ้นชื่อเรื่องความสำเร็จในด้านการศึกษา เทพเจ้าที่สิงสถิตย์อยู่ที่ศาลเจ้าแห่งนี้คือ “ซุกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ” มิจิซาเนะเป็นขุนนางเก่า มีความสามารถที่โดดเด่นในด้านการวิชาการ การเมือง และวรรณกรรม ทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการศึกษา ในแต่ละปีมีนักเรียนที่จะสอบเข้ามัธยมปลายหรือมหาวิทยาลัยมาขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นจำนวนมาก

HP : www.dazaifutenmangu.or.jp

3. ศาลเจ้าโฮฟุ เท็มมังกุ (จังหวัดยามากุจิ)

ศาลเจ้าโฮฟุ เท็มมังกุ

 

โฮฟุ เท็มมังกุ เป็นอีกหนึ่งศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่อบูชา “ซุกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ” ว่ากันว่า หลังจากที่มิจิซาเนะถูกเนรเทศจากเกียวโต เขาได้เดินทางผ่านพื้นที่แห่งนี้ จึงสร้างเป็นศาลเจ้าโฮฟุ เท็มมังกุ ขึ้นมา ในบรรดาศาลเจ้าที่มีเทพเจ้าแห่งการศึกษา “ซุกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ” สิงสถิตย์อยู่ โฮฟุ เท็มมังกุ ถูกสร้างขึ้นเป็นแห่งแรกเมื่อปี ค.ศ. 904

HP : www.hofutenmangu.or.jp

ใบบรรดา 3 ศาลเจ้า ไม่ว่าจะเป็น คิตาโนะ เท็มมังกุ, ดะไซฟุ เท็มมังกุ และโฮฟุ เท็มมังกุ ที่ได้แนะนำไป ต่างก็เป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงด้านการเรียนการศึกษา ที่คนญี่ปุ่นให้ความศรัทธามาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับ “ซุกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ” เทพเจ้าแห่งการศึกษา ในช่วงสอบหรือสอบเข้ามหาวิทยาลัยศาลเจ้าเหล่านี้จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมาขอพรอย่างไม่ขาดสาย หากผู้อ่านท่านใดมีโอกาสได้ไปเยือนเกียวโต ยามะกุจิ หรือ ฟุกุโอกะ อย่าลืมไปเยี่ยมชมดูนะคะ    สล็อตเว็บตรง

ราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ: เขาสึบาคุโระ!

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น JR Times by JR East ก็เป็นเว็บหนึ่งที่เหมาะกับการทำการบ้านเพื่อเตรียมทริปลุยญี่ปุ่นค่ะ โดย JR Times by JR East เป็นเว็บไซต์ที่รวมทุกบทความเกี่ยวกับรถไฟที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ซึ่งรวมถึงบทความรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ ห้ามพลาดที่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ JR East อีกมากมาย!

ในบทความนี้ เราจะพาเพื่อนๆ มาปีนเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือของญี่ปุ่นและชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอกไปกับคุณ Carissa Loh นักเขียนชาวสิงคโปร์ผู้หลงรักญี่ปุ่นและมีประสบการณ์พิชิตยอดเขามาแล้วนักต่อนัก! ซึ่งในบทความนี้คุณ Carissa จะมาแชร์รีวิวและเส้นทางอย่างละเอียดด้วย ถ้าพร้อมแล้วก็สะพายกระเป๋าแล้วตามมาเลย!

ราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ: เขาสึบาคุโระ!

carissa tsubakuro
(Image credit: JR East / Carissa Loh)

รู้หรือไม่? ด้วยความที่มีภูเขาสวยงามมากมายตั้งอยู่ในพื้นที่ จังหวัดนางาโนะจึงเป็นจังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยของระดับภูมิประเทศสูงที่สุดในญี่ปุ่น (1,132 ม.) และเป็นที่ที่ห้ามพลาดสำหรับใครที่กำลังมองหาจุดเดินเขาที่ให้วิวราวกับกำลังเดินอยู่ที่เทือกเขาแอลป์! ในบทความนี้ ฉันจะพาคุณไปรู้จักกับเขาสึบาคุโระ (燕岳, สึบาคุโระดาเกะ) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการเดินเขาในเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ

เขาสึบาคุโระหรือชื่อเล่นว่า “ราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ” ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนางาโนะนั้นเป็นจุดเดินเขาที่ห้ามพลาดสำหรับคนรักที่สูง ด้วยความสูงของยอดเขาที่สูงถึง 2,763 ม. นี้ การได้ปีนขึ้นเขาสึบาคุโระเพื่อมองยอดเขาแห่งอื่นที่ติดอันดับยอดเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นนั้นเป็นประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้อีก คุณจะรู้สึกได้ถึงความกว้างใหญ่อันไร้ขีดจำกัดของโลก และวิวตระการตาของเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ (และพระอาทิตย์ขึ้น) จากบนยอดเขานั้นเป็นวิวที่ชวนตื่นตาตื่นใจและยากจะหาที่ไหนเทียบได้ แม้การปีนเขาสึบาคุโระจะเป็นการปีนเขาที่ชันและเหนื่อย แต่ระหว่างทางจะมีม้านั่ง (Bench) ให้แวะพักอยู่มากมาย และกิจกรรมปีนเขาที่นี่ยังเป็นกิจกรรมวันหยุดที่คนทุกวัยสามารถมาร่วมสนุกเพื่อออกกำลังกายได้ด้วย ดังนั้นฉันจึงให้เขาสึบาคุโระแห่งนี้เป็นภูเขาแห่งที่สองที่ฉันจะมาปีนคนเดียวแบบค้างคืน หลังจากที่ฉันได้ลองพิชิตเขาฟูจิเมื่อปี 2016

tsubakuro onsen
Nakabusa Onsen ณ จุดเริ่มต้นทางเดินเขาและมื้อเย็น (ภาพบน) กับบรรยากาศด้านนอก Ariake Sanso และมื้อเย็น (ภาพล่าง) (Image credit: JR East / Carissa Loh (ภาพบน) และ Akio Kobori (ภาพบน))

เนื่องจากการปีนขึ้นเขานั้นใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ฉันขอแนะนำให้คุณค้างคืนที่ออนเซ็นใกล้ๆ กับจุดเริ่มต้นทางเดินเขา โดยมี Nakabusa Onsen (中房温泉) หรือ Ariake Sanso (有明山荘) ให้เลือก โดยรถบัสประจำทางจะพาเราขึ้นมาถึงจุดเริ่มต้นทางเดินขึ้นเขาทำให้เราเดินทางมาเขาสึบาคุโระสะดวก สำหรับตำแหน่งที่ตั้งนั้น Nakabusa Onsen จะใกล้กับทางขึ้นมากกว่า แต่ก็เป็นที่พักที่เก่ากว่าและดูโทรมเล็กน้อย สำหรับ Ariake Sanso นั้นเป็นที่พักที่ใหม่กว่า แต่อยู่ด้านล่างของเนินเขาที่ห่างจากทางขึ้นเขาไป 15 นาที ทั้งนี้ การได้ลงแช่ออนเซ็นที่ชวนผ่อนคลายและอร่อยกับอาหารไคเซกิ (懐石, มื้ออาหารดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เสิร์ฟอาหารหลากหลาย) ก็เป็นวิธีเติมพลังชั้นดีก่อนจะตะลุยปีนเขากันต่อในวันถัดไป

จุดแวะพักและวิวระหว่างทางขึ้นเขาสึบาคุโระ

tsubakuro check point
จุดแวะพักทั้งสี่ระหว่างทางขึ้นเขาสึบาคุโระ (Image credit: JR East / Carissa Loh)

ระหว่างทางเดินขึ้นเขาสึบาคุโระจะมีจุดแวะพักมากมายอยู่ตามทาง และที่ยอดเขาจะมีกระท่อมภูเขา Enzanso (燕山荘, เอ็นซันโซ) รอต้อนรับอยู่ ตามทางจะมีบริเวณที่มีม้านั่งทั้งหมดสี่จุดที่ทำหน้าที่เป็นจุดเช็คพ้อยท์ที่อยู่ห่างกันออกไปจุดละ 50 นาที โดยจุดสุดท้ายมีชื่อว่า Fujimi Bench (富士見ベンチ) ที่ถ้าไปถึงในวันที่ฟ้าโปร่งเราจะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิจากตรงนั้นได้ด้วย

tsubakuro autumn
วิวฤดูใบไม้ร่วงระหว่างทางขึ้นเขาสึบาคุโระ (Image credit: JR East / Carissa Loh)

การเดินขึ้นเขาสึบาคุโระเป็นการเดินขึ้นเขาที่ค่อนข้างชันแต่สนุก และที่ต่างออกไปจากการเดินขึ้นภูเขาไฟฟูจิคือที่นี่มีวิวธรรมชาติที่มีสีสันและวิวพาโนรามาให้เห็นมากมาย ยิ่งถ้าเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงแล้ว เฉดสีทองและแดงสดใสของใบไม้เปลี่ยนสีที่เห็นนั้นจะทำให้คุณลืมความเหนื่อยของการปีนเขาชันเลยทีเดียว เขาสึบาคุโระนับเป็นหนึ่งใน “สามอันดับเขาที่ชันที่สุดในเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ” ระหว่างเดินขึ้นเขา 5.5 กม. คุณจะได้ไต่ระดับขึ้นสูงถึง 1,400 ม. เลยทีเดียว และขณะที่คุณเข้าใกล้ยอดเขา คุณจะมองเห็นเขายาริ (Mount Yari) เขาทรงแหลมคล้ายหอกโดดเด่นอยู่ไกลๆ และสักวันฉันจะต้องไปพิชิตเขายาริให้ได้!

วิวพระอาทิตย์สุดอลังจากยอดเขา

tsubakuro sunrise
ภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่เห็นได้จากเขาสึบาคุโระ (Image credit: JR East / Akio Kobori)

การได้เห็นภาพพระอาทิตย์ขึ้น ไม่ว่าจะจากยอดเขาไหนก็ตามล้วนเป็นประสบการณ์ที่วิเศษสุดๆ ภาพพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลอยขึ้นโผล่พ้นทะเลเมฆหมอก (雲海) แล้วย้อมสีเมฆให้เป็นสีแดงและสีแสดนั้นเป็นภาพที่ชวนให้รู้สึกเคารพธรรมชาติและเป็นภาพที่สวยที่สุดเท่าที่คนคนหนึ่งจะเห็นได้ในชีวิต หลังได้สัมผัสความพิเศษนี้ในตอนเช้าแล้ว นักเดินทางส่วนมากจะรับประทานอาหารเช้าก่อนจะเริ่มเดินทางกลับไปที่ Nakabusa Onsen ซึ่งอยู่บริเวณต้นทางเดินขึ้นเขา

แต่ความสนุกของการพิชิตเขาสึบาคุโระไม่ได้มีแค่นี้!

เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรีวิวเท่านั้น อ่านรีวิวแบบจัดเต็มจากคุณ Carissa Loh พร้อมวิธีเดินทางพิชิตยอดเขาสึบาคุโระแบบละเอียดยิบ รวมถึงทุกอย่างที่คุณต้องรู้เพื่อจัดทริปผจญภัยบนเขาสึบาคุโระแบบสนุกที่สุด! คลิกอ่านราชินีแห่งเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ: เขาสึบาคุโระ!จากเว็บ JR TIMES by JR-EAST รีวิวโดยคุณ Carissa Loh หรือคลิกที่ภาพด้านล่างแล้วไปสนุกกันต่อได้เลย    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

tsubakuro banner

Road Trip ตามหาจุดถ่ายรูปสวยชิคในโอกินาว่า กับ Movearound Journey

เสน่ห์ของญี่ปุ่นคือความหลากหลายของภูมิทัศน์และวัฒนธรรม ถ้าใครมีโอกาสได้ลองเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่เหนือจรดใต้ จะพบว่าแต่ละเมืองนั้นให้ความรู้สึกไม่เหมือนกันเลย เช่นกันเดียวกับเกาะใต้สุดของแดนปลาดิบอย่าง ‘โอกินาว่า’ ที่มีบรรยากาศและวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ท้องฟ้า น้ำทะเลสีครามใส พร้อมอากาศบริสุทธิ์สดชื่นตลอดทั้งปี นี่ยังไม่นับรวมถึงอาหารพื้นถิ่น พร้อมภาษาที่แตกต่าง ถึงแม้จะเป็นเพียงเกาะขนาดย่อมเยาว์ แต่ความน่าสนใจของโอกินาว่านั้นใหญ่เกินตัวจริงๆ

ฉะนั้นทริปนี้ Movearound Journey จะขอยกมืออาสามาเป็นไกด์พาชาว ANNGLE ขับรถเที่ยวโอกินาว่ากันสักหน่อย ซึ่งเราอยากแนะนำเลยว่าการจะเที่ยวโอกินาว่าให้สนุก ชิล และเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงจุดถ่ายรูปสวยๆ ได้อย่างลงลึกนั้น ควรเช่ารถขับเป็นอย่างยิ่ง!

เช่ารถขับเที่ยวโอกินาว่าไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

movearound driving okinawa 3
เครดิตรูปภาพ: Movearound Journey

โดยเฉพาะใครที่แพลนจะไปเที่ยวโอกินาว่าหลังสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลาย เพราะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าแน่นอน อิสระกว่า เข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวอันซีนได้มากกว่า ที่สำคัญ พวงมาลัยยังอยู่ฝั่งขวาเหมือนบ้านเรา ฉะนั้นแทบไม่ต้องปรับตัวอะไรมากมายเลย แถมถนนหนทางในโอกินาว่าก็ขับง่าย เพราะรถไม่เยอะ ไม่แออัดเหมือนเมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นอีกด้วยล่ะค่ะ

อันที่จริงแล้ว บริษัทรถเช่าในโอกินาว่านั้นมีให้เลือกหลายเจ้า แต่ส่วนตัวแล้ว Movearound Journey เคยเช่ากับ OTS Rent a car ซึ่งเป็นบริษัทเช่ารถเจ้าดังในโอกินาว่าค่ะ เหตุผลที่ตัดสินใจเลือกเช่ากับบริษัทนี้ก็เพราะราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับเจ้าอื่น ทั้งยังสามารถเลือกคืนรถต่างสาขากันได้

movearound driving okinawa
เครดิตรูปภาพ: Movearound Journey

โดย OTS นั้นมีเคาน์เตอร์รับ – คืน รถอยู่ทั้งหมด 4 สาขาในเกาะหลักโอกินาวา และมี 3 สาขาในเกาะย่อยของโอกินาว่า ถ้าใครเดินทางมาจากเมืองไทย แนะนำให้เลือกรับรถที่สาขา Rinku-Toyosaki Main Office ซึ่งอยู่ใกล้สนามบินมากที่สุด น่าจะสะดวกต่อการเดินทางมากที่สุดค่ะ เพราะลงจากเครื่องแล้วสามารถติดต่อที่เคาน์เตอร์ในสนามบินได้เลย แล้วเขาจะมี Shuttle Bus ไปส่งยังสาขาหลักอีกที ที่สนามบินมีพนักงานคนไทยด้วยนะคะ ฉะนั้นไม่ต้องกลัวจะสื่อสารไม่รู้เรื่องเลย สามารถเข้าไปเช็คราคาและจองได้ที่นี่เลยค่ะ

OTS Rent a car

ที่อยู่: 3-37 Toyosaki, Tomigusuku, Okinawa 901-0225
เวลาทำการ: 8.00 – 19.00 น.
เว็บไซต์ (มีภาษาอังกฤษ): otsinternational.jp

Tips & Tricks ในการเช่ารถ

เอกสารที่ต้องการในการเช่ารถขับที่ญี่ปุ่นมีไม่มากมายและการเช่านั้นก็ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ เพียงเตรียม

  1. ใบขับขี่สากล (สามารถติดต่อขอทำใบขับขี่สากลได้ที่สำนักงานขนส่งใกล้บ้าน โดยไม่ต้องสอบ)
  2. พาสปอร์ตของผู้ที่เป็นคนขับ
  3. ใบยืนยันการจอง  (ได้รับทางอีเมลหลังจากจองผ่านเว็บไซต์)

และนำเอกสารไปยื่นตอนที่รับรถ โดยบริษัทเช่ารถส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องใช้บัตรเครดิตในการวางมัดจำเหมือนที่เมืองไทย แต่แนะนำให้ซื้อประกันภัยเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย หากเกิดอุบัติเหตุจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าปรับ ซึ่งสาหัสกว่าค่าประกันแน่นอนค่ะ หลังจากนั้นพนักงานจะพาเราไปตรวจเช็คสภาพรถพร้อมแนะนำวิธีการใช้รถ เติมน้ำมันนิดหน่อย หลังจากนั้นก็รับรถไปขับเที่ยวชิลๆ ในโอกินาว่าได้เลย!

ตามหาจุดถ่ายรูปสวยชิคในโอกินาว่า

อย่างที่เกริ่นไว้บนหัวข้อว่าทริปนี้เราจะพาไป Road Trip ตามหาจุดถ่ายรูปสวยชิคในโอกินาว่ากัน ฉะนั้นขอให้ชาว ANNGLE ทุกคนเตรียมเสื้อผ้าสวยๆ พร็อพเก๋ๆ พร้อมกล้องถ่ายรูป หรือสมาร์ทโฟนคู่ใจไปแชะรูปสวยๆ มาอวดเพื่อนในโซเชียลพร้อมกันในทริปนี้เลย

1.Okinawa Churaumi Aquarium

movearound churaumi 1
The Kuroshio Sea แท๊งค์ขนาดใหญ่ที่มีฉลามวาฬ (เครดิตรูปภาพ: Movearound Journey)

หนึ่งในอควาเรียมที่มีขนาดใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของโลก รวมถึงเป็นอวาเรียมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น เพราะมี The Kuroshio Sea ซึ่งเป็นแท็งก์น้ำขนาดยักษ์ที่จุน้ำได้มากถึง 7,500 ลูกบาศก์เมตร และลึกถึง 10 เมตร! โดยมีพระเอกอย่างฉลามวาฬแหวกว่ายอยู่ภายในตู้ปลายักษ์นี้ถึงสองตัว พร้อมด้วยกระเบนแมนตา และสัตว์น้ำอีกกว่า 65 สายพันธุ์ อารมณ์ว่ายกโลกใต้ทะเลขึ้นมาอยู่บนเกาะโอกินาว่ากันเลยทีเดียว

movearound churaumi 2
มุมถ่ายรูปสวยๆ กับฉลามวาฬและกระเบน (เครดิตรูปภาพ: Movearound Journey)

สำหรับมุมถ่ายรูปสวยๆ นั้นนอกจากด้านหน้าแท็งก์น้ำที่ใครไปใครมาก็ต้องหยุดแชะภาพแล้ว เราแนะนำให้ลองแวะเข้าไปใน Ocean Blue Cafe ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับตู้ปลายักษ์ สั่งเครื่องดื่ม หรือไอศกรีมมานั่งกินชิลๆ พลางมองดูโลกใต้ทะเลในระยะประชิด แล้วคอยแชะรูปตอนที่ฉลามวาฬหรือกระเบนแมนตาว่ายน้ำผ่าน รับรองว่าต้องได้ภาพแบบแปลกตามาอัพอวดเพื่อนในโซเชียลอย่างแน่นอน

Okinawa Churaumi Aquarium

ที่อยู่: 424 Ishikawa, Motobu, Kunigami District, Okinawa 905-0206
เวลาทำการ: 8.30-18.30 น.
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 1,880 เยน, นักเรียนมัธยมปลาย 1,250 เยน, ประถมมัธยมต้น 620 เยน, เด็กเล็กอายุไม่เกิน 6 ปีไม่มีค่าใช้จ่าย
เว็บไซต์ (มีภาษาอังกฤษ): churaumi.okinawa

2.Tropical Dream Center Okinawa

movearound tropical dream 1
มุมภ่ายรูปกับหอคอยที่เป็นแลนด์มาร์กของ Tropical Dream Center (เครดิตรูปภาพ: Movearound Journey)

สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อน (Tropical Dream Center Okinawa) ตั้งอยู่ใกล้กับ Okinawa Churaumi Aquarium เลยค่ะ ห่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แวะไปถ่ายรูปกับฉลามวาฬเสร็จแล้ว จะแวะมาถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆ ต่อก็ได้ เพราะถ้ามีตั๋วเข้าอควาเรียมอยู่ เพียงนำมาแสดงก็จะได้รับส่วนลดเพิ่มด้วย

โดยภายในนั้นมีการจัดแสดงดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ ช่วงที่เราไป (ประมาณเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์) จะมีเทศกาลสวนดอกทิวลิป สีสันสวยสดใส ถ่ายรูปออกมามุมไหนก็สวย แต่มุมถ่ายรูปเด็ดจะอยู่ตรงกลางสวนค่ะ เพราะมีหอคอยซึ่งสามารถขึ้นไปดูวิวได้ ถ่ายรูปก็สวยค่า

movearound tropical dream 2
เราสามารถขึ้นหอคอยไปชมวิวมุมสูงของทะเลเมืองโมโตบุได้โดยใช้ลิฟท์ในหอคอย ส่วนขาลงจะเป็นบันไดวนที่ให้มุมถ่ายรูปเก๋ๆ ได้เหมือนกัน (เครดิตรูปภาพ: Movearound Journey)

Tropical Dream Center Okinawa

ที่อยู่: 424 Ishikawa, Motobu, Kunigami District, Okinawa 905-0206
เวลาทำการ: (ตุลาคม-กุมภาพันธ์) 8.30-17.30 น./ (มีนาคม-กันยายน) 8.30-19.00 น.
ปิดเฉพาะวันพุธและพฤหัสแรกของเดือนธันวาคม
ค่าเข้า: นักเรียนมัธยมปลาย-ผู้ใหญ่ 760 เยน (20 คนขึ้นไป 550 เยน) และถ้าแสดงตั๋วเข้า Okinawa Churaumi Aquarium จะได้ส่วนลดค่าเข้า 50% ส่วนนักเรียนมัธยมต้นและประถมลงไปเข้าฟรี
เว็บไซต์ (มีภาษาอังกฤษ): oki-park.jp

3.Cape Zanpa

movearound zanpa cape 1
แลนด์สเคปแหลมซันปาที่มีประภาคาสีขาวเด่นในฉากหลัง (เครดิตรูปภาพ: Movearound Journey)

หนึ่งในจุดชมวิวยอดฮิตของโอกินาว่าอย่าง ‘แหลมซันปา’ เป็นอีกหนึ่งมุมถ่ายรูปสวยๆ ที่ไม่ควรพลาด ตั้งอยู่ตรงตอนกลางของเกาะ เป็นมุมที่หลายคนนิยมมาถ่ายรูปกันเพราะแลนด์สเคปตรงนี้สวย แปลกตามาก ให้อารมณ์เหมือนอยู่เมืองนอกเลยล่ะค่ะ

อันที่จริงแล้วไฮไลท์ของแหลมซันปา คือ ประภาคารสีขาว ซึ่งสามารถขึ้นไปดูวิวได้ แต่เราอยากแนะนำให้เดินเล่นชิลๆ ไปอีกทาง จะเจอจุดถ่ายรูปอีกมุมที่มองเห็นประภาคารได้จากไกลๆ โดยปกติแล้ว เส้นทางเดินทางนี้ คนญี่ปุ่นเขามาวิ่งออกกำลังกายกันค่ะ แน่นอนว่าระหว่างทางก็มีหลายมุมที่หยุดแชะรูปสวยๆ ได้ ใครที่เป็นคนชอบภาพแนวแลนด์สเคป ยังไงก็ต้องชอบโลเคชั่นสวยๆ อย่างแหลมซันปาค่ะ : )

movearound zanpa cape 2
ประภาคารสีขาวที่เป็นดาวเด่นของแหลมซันปา (เครดิตรูปภาพ: Movearound Journey)

Cape Zanpa

ที่อยู่: 675 Uza, Yomitan, Nakagami District, Okinawa 904-0328
เวลาทำการ: เข้าได้ 24 ชั่วโมง
ค่าเข้า: ไม่มีค่าใช้จ่าย
เว็บไซต์: vill.yomitan.okinawa.jp

4.Okinawa Prefectural Museum & Art Museum

 

movearound okinawa museum 2
มุมถ่ายรูปด้านนอกอาคารพิพิธภัณฑ์ที่ตกแต่งภายนอกด้วยปูนเปลือย ให้ความรู้สึกมินิมอลแต่เท่สุดๆ ไปเลย (เครดิตรูปภาพ: Movearound Journey)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะและสถานที่จัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโอกินาว่า ตั้งอยู่ในเมืองนาฮะ ฉะนั้นการเดินทางมาที่นี่จะค่อนข้างสะดวก ถ้าใครเช่ารถก็สามารถขับรถมาจอดได้เลย มีที่จอดรถกว้างขวางค่ะ โดยตัวพิพิธภัณฑ์มีส่วนจัดแสดงที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเข้าไปชม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนิทรรศการซึ่งผลัดเปลี่ยนมุมเวียนกันมาจัดตามวันและเวลาต่างๆ ค่ะ แต่ถ้าใครไม่สันทัดงานศิลปะจะเดินเข้ามาถ่ายรูปตรงบริเวณอื่นๆ ของพิพิธภัณฑ์ก็ได้ สามารถเดินเข้ามาได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ

ด้วยความที่สถาปัตยกรรมของที่นี่มีความโดดเด่นมาก ฉะนั้นบริเวณรอบนอกของพิพิธภัณฑ์จึงมีมุมสวยชิคมากมาย น่าแวะมาแชะภาพมากๆ ซึ่งสามารถเดินเล่นได้โดยรอบเลยนะคะ รับรองได้รูปสวยๆ กลับไปเปลี่ยนรูปโปรไฟล์อย่างแน่นอนค่า

movearound okinawa museum 1
ประติมากรรมกลางแจ้งนอกพิพิธภัณฑ์ที่สามารถเข้าไปชมและถ่ายรูปได้ (เครดิตรูปภาพ: Movearound Journey)

Okinawa Prefectural Museum & Art Museum

 

ที่อยู่: 3 Chome-1-1 Omoromachi, Naha, Okinawa 900-0006
เวลาทำการ: 9.00 – 18.00 น.
ค่าเข้า:

โซนพิพิธภัณฑ์ บุคคลทั่วไป 530 เยน, นักเรียนมัธยมปลายและนิสิตนักศึกษา 270 เยน, นักเรียนประถม-มัธยมต้น 150 เยน

โซนหอศิลป์ บุคคลทั่วไป 400 เยน, นักเรียนมัธยมปลายและนิสิตนักศึกษา 220 เยน, นักเรียนประถม-มัธยมต้น 100 เยน

นิทรรศการพิเศษ บุคคลทั่วไป 1,300 เยน, นักเรียนมัธยมปลายและนิสิตนักศึกษา 800 เยน, นักเรียนประถม-มัธยมต้น 500 เยน, เด็กเล็กไม่มีค่าใช้จ่าย

เว็บไซต์ (มีภาษาอังกฤษ): okimu.jp

5.Mihama American Village

movearound american village 1
ชิงช้าสวรรค์และอาคารร้านค้าสีสันสดใสเป็นแลนด์มาร์กที่ทำให้ Mihama American Village น่าเดินสุดๆ (เครดิตรูปภาพ: Movearound Journey)

หมู่บ้านอเมริกันมิฮามะ (Mihama American Village) นั้นเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโอกินาว่า เนื่องจากเป็นสถานที่ที่สามารถสะท้อนภาพการผสมผสานวัฒนธรรมระหว่างประเทศญี่ปุ่นกับอเมริกาได้เป็นอย่างดี หากใครเคยอ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์ของโอกินาว่าจะทราบว่าโอกินาว่านั้นเคยถูกใช้เป็นฐานทัพของประเทศอเมริกาอยู่พักนึงค่ะ แต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นอเวนิวที่มีแต่ความคึกคัก เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารมากมาย รวมถึงมีมุมถ่ายรูปสวยๆ เพียบเลย

โดยหนึ่งในมุมชิคๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในอินสตาแกรมตั้งอยู่บริเวณริมทะเลค่ะ ตรงนั้นมีคาเฟ่เก๋ๆ เพียบเลย ด้านหน้าจะมีพระจันทร์ดวงนี้ตั้งอยู่ ไปนั่งแอ็คท่าเก๋ๆ มองวิวทะเลชิลๆ ได้ เป็นอีกมุมที่สวยไม่หยอก แถมบรรยากาศแถวนี้ยังชิลอย่าบอกใคร นั่งรับลมทะเลอยู่ตรงนี้ได้ทั้งวันเลยล่ะค่า

movearound american village 2
มุมถ่ายรูปที่เป็นไฮไลท์ของ Mihama American Village (เครดิตรูปภาพ: Movearound Journey)

Mihama American Village

ที่อยู่: 9−1 , Mihama, Chatan, Nakagami District, Okinawa 904-0115
เวลาทำการ: 10.00 – 22.00 น.
เว็บไซต์ (มีภาษาอังกฤษ): okinawa-americanvillage.com

ความดีงามของเกาะโอกินาว่ายังไม่หมดเท่านี้นะคะ ในฐานะคนที่เคยไปขับรถเที่ยวรอบเกาะมาถึงสองครั้ง ยังรู้สึกเที่ยวไม่เต็มอิ่มเลยค่ะ ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับไปเก็บสถานที่ที่พลาดไปอีกเรื่อยๆ โดยเฉพาะเกาะเล็กเกาะน้อยที่อยู่รอบๆ เกาะหลัก ได้ข่าวว่าน้ำนี่ใสแจ๋วกว่าบนเกาะหลักอีก สถานการณ์ตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เชื่อว่าเราน่าจะได้กลับไปเที่ยวญี่ปุ่นกันอีกในเร็ววันนี้ ยังไงก็อย่าลืมปักหมุดโอกินาว่าไว้ในอ้อมอกอ้อมใจนะคะ ถ้าได้ลองไปสัมผัสความชิวที่ถิ่นริวกิวสักครั้ง รับรองว่าจะต้องตกหลุมรักโอกินาว่าอย่างถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอนค่า : )    สล็อตเว็บตรง

movearound driving okinawa 2
เครดิตรูปภาพ: Movearound Journey